“ฐาปน” ทุ่มงบ 7,200 ล้านขยายลงทุนกลุ่มธุรกิจไทยเบฟฯ ในปีหน้า หวังผงาดในตลาดเอเชีย-อาเซียน ลั่นปรับราคาเหล้า 2% หลังประกาศโครงสร้างภาษีใหม่ พร้อมเปิดตัวสุราขาวรวงข้าว ซิลเวอร์พ.ย.นี้ ลุยธุรกิจอาหารเพิ่ม คาด 3 ปีเป็นผู้นำเบียร์สุรา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.กลุ่มไทยเบฟเวอเรจ นำโดยนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 

พร้อมด้วยนายประภากร  ทองเทพไพโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจสุรา  นายเอ็ดมอนด์นีโอ คิม ซูน กรรมการผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเบียร์  นายลี เม็ง ตัท กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์   นายเลสเตอร์ เต็ก ชวน ตัน กรรมการผู้อำนวยการ ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ประเทศไทย  นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้อำนวยการ ธุรกิจอาหาร  และนายโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง และนายเอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารสูงสุด กลุ่มทรัพยากรบุคคลได้แถลงแผนการดำเนินงานภายใต้วิชั่น 2020 เพื่อรุกตลาดแบบ 360 องศา
นายฐาปน  เปิดเผยว่า ยังเดินหน้าสานต่อนโยบายการก้าวเป็นบริษัทเครื่องดื่มครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยเน้นการสร้างแบรนด์สินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ทั้งในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารเพื่อตอบสอบความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนพัฒนาสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต และใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพในการผลิตสินค้า  โดยในปีงบประมาณ 61(ต.ค.60-ก.ย.61) ได้จัดสรรงบลงทุนในการขยายธุรกิจไว้ประมาณ 7,200 ล้านบาท จากเดิมในปีงบประมาณ 60 ที่ผ่านมาได้จัดสรรงบลงทุนประมาณ 5,400 ล้านบาท  อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปียังเติบโตดี และจะส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น  ส่วนการปรับขึ้นภาษีสุราของกรมสรรพสามิตที่ผ่านมานั้น  ยอมรับว่ากระทบต่อยอดขายบ้าง แต่เป็นช่วงระยะสั้นเท่านั้น
นายประภากร  กล่าวว่า  หลังจากที่กรมสรรพากรประกาศโครงสร้างภาษีสุราและน้ำหวานใหม่นั้น  บริษัทฯได้ปรับราคาจำหน่ายสินค้าสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2% ซึ่งเป็นไปตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยแผนงานของกลุ่มธุรกิจสุรานั้น ในเดือนพ.ย.นี้เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นสุราขาวรวงข้าว ซิลเวอร์ เป็นสุรา 35 ดีกรี ขนาด 700 ซีซี เพื่อทำตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่วางขายทั้งในประเทศและตลาดอาเซียนและเอเชีย เพราะคนไทยยังนิยมการดื่ม  และวางเป้าหมายไว้ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าเป็นผู้นำตลาดสุราในไทยและอาเซียนในเรื่องของยอดขาย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews